สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี งานมหกรรม “ภูมิพลังแผ่นดิน” จัดขึ้นในวันที่ 4 – 7 ธันวาคม 2568 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการจัดการดินเพื่อการเกษตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม วันพ่อแห่งชาติและวันดินโลก พระมหากษัตริย์นักพัฒนา พระผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพ พระมหากรุณาธิคุณด้านการจัดการดินที่ยั่งยืน และทรงวางรากฐานความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย
โดยจัดงานภายใต้แนวคิด “ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ถ่ายทอดศาสตร์พระราชาผ่านนิทรรศการ พร้อมเสริมทัพองค์ความรู้ผลงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมเกษตร จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ 4 ภูมิภาค และจากเยาวชนคนเก่งที่นำผลงานนวัตกรรมในโครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ชม ช้อป เพลิดเพลินกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมเรียนรู้มากมายตลอด 4 วัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ทำหน้าที่สำคัญในการเผยแพร่ พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย 5 ธันวาคม วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันพ่อแห่งชาติ วันชาติ และวันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการดินที่ทรงวางรากฐานความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินไทย เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวไทย
การจัดงานมหกรรมในหลวงรักเรา ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ถ่ายทอดแนวพระราชดำริด้านการจัดการดินอย่างยั่งยืน ผ่านนิทรรศการเทิดพระเกียรติ นิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ภาคีความร่วมมือ และงานนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่ผนึกกำลังร่วมจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การน้อมนำศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9ในโซนมหกรรม“เกษตรไทยก้าวสู่อนาคต ด้วยศาสตร์พระราชา” ที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่แห่งศาสตร์พระราชา และจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร และนิทรรศการไฮไลท์ที่มีชีวิตจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ ผู้น้อมนำคำพ่อสอน ที่นำเอาองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ จากภูเขาสู่ท้องทะเล การจัดการดินและน้ำของทั้ง 4 ภูมิภาค การทำเกษตรในพื้นที่สูง การปลูกพืชอนุรักษ์ดิน หญ้าแฝก การจัดการดินหัวไร่ปลายนา การทำป่าร่วมยาง และป่าวนเกษตร ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยในทุกมิติ”
นายอร่าม แก้วนิล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ภายในงานครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้จากพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ บุคคลต้นแบบที่น้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง และประสบความสำเร็จ ในนิทรรศการ “ดินอุดม น้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิตที่สมดุล” โดยงานนี้นำเสนอองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับธรรมชาติและวิถีชีวิตที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ และเกิดสมดุลอย่างยั่งยืน มาจัดแสดง แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดประสบการณ์ ในโซนฐานนิทรรศการย่อยต่างๆ ทั้งการจัดการดินและน้ำ จาก 4 ภูมิภาค การทำเกษตรในพื้นที่สูง การปลูกพืชอนุรักษ์ดิน ระบบป่าต้นน้ำ เช่น หญ้าแฝก ระบบเหมืองฝาย ต้นไม้ท้องถิ่น ฝายชะลอน้ำ การจัดการดินหัวไร่ปลายนา การทำป่าร่วมยาง และป่าวนเกษตร ทั้งวิถีวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่อยู่คู่กับเกษตรกร องค์ความรู้ พืชน้ำ พันธุกรรมสัตว์ประจำถิ่น วิถีชาวนา วิถีประมงชายฝั่ง และความหลากหลายทางชีวภาพ และที่สำคัญภายในงานยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการอบรมวิชาของแผ่นดินและ Workshop กว่า 16 วิชา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ
• หลักสูตร“จากพืชเชิงเดี่ยว สู่เกษตรพอเพียง” โดย รศ.ดร.สุภีร์ สมอนา จาก “สวนเกษตรคนอินทรีย์” จ.นครราชสีมา
• หลักสูตร“ปรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก 5 พลัง” โดย อาจารย์เพชรรุ่ง พุกกะเวส เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.จันทบุรี
• หลักสูตร“สะเดานอกฤดู สร้างรายได้” โดย อาจารย์วีรยุทธ ศรีเลอจันทร์ (อ.ทอง ธรรมดา) เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครราชสีมา
• หลักสูตร“พลิกดิน สู่ชีวิตอินทรีย์” โดย อาจารย์สุธรรม จันทร์อ่อน “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” จ.นครปฐม
• หลักสูตร“ระบบซิงค์ผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพา” โดย อาจารย์ธีระยุทธ ทองเต่าอินทร์ หลักสูตร“ปั้นแบรนด์ธุรกิจ ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง” โดย ดร.สุชีรา มาตยภูธร ภาควิชาส่งเสริม
และนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร กำแพงแสน จ.นครปฐม
• หลักสูตร“เบญจคุณ บำรุงดิน” โดย อาจารย์เฉลิม พีรี “สวนเกษตรสมคิด” เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.กำแพงเพชร
นายสมเกียรติ ไพฑูรย์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวเพิ่มเติมส่วนของกิจกรรมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ว่า “นิทรรศการ “ดินอุดม น้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิตที่สมดุล”เกิดจากความร่วมมือของเหล่าเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ได้มารวมตัวและร่วมจัดแสดงนิทรรศการ ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ที่ได้ประยุกต์ใช้ในภูมิสังคม ของแต่ละคน ผ่านความสำเร็จ ความล้มเหลวมาบอกเล่า และสร้างแรงบันดาลใจในงานครั้งนี้ โดยเฉพาะด้านการจัดการดิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเกษตร แต่ละพื้นที่มีลักษณะดิน ภูมินิเวศน์ และปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะได้เห็นตัวอย่างการปรับใช้แนวพระราชดำริให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่น เช่น การทำแนวกันดินและระบบน้ำสำหรับพื้นที่สูงและลาดชัน การบำรุงดินทรายหรือดินเปรี้ยวด้วยปุ๋ยหมักและวัสดุอินทรีย์ การปลูกพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการชะล้างดินในพื้นที่ลุ่ม การจัดการหัวไร่ปลายนาอย่างเป็นระบบ การสร้างป่าร่วมยางหรือป่าวนเกษตรเพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินและระบบนิเวศน์ และการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาหน้าดิน ทุกเทคนิคและวิธีการเหล่านี้สะท้อนการน้อมนำแนวพระราชดำริให้เข้ากับบริบทของดินในแต่ละภูมิภาคอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งสอดแทรกองค์ความรู้เรื่องการจัดการน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานไม่เพียงแค่ชมผลงาน แต่สามารถเรียนรู้แนวทางและนำไปปรับใช้ได้จริงตามสภาพพื้นที่ของตนเอง เป็นการส่งต่อภูมิปัญญาและแนวคิดที่ยั่งยืนของในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่การปฏิบัติในชีวิตจริง”
ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวเชิญชวนเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ในช่วงเช้าเวลา 08.30 น. ขอเชิญร่วมทำบุญใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ จำนวน 69 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และช่วงเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ขอเชิญร่วมกิจกรรมและรับชมการแสดงโขนเทิดพระเกียรติ ชุด “คารวาลัยพระมิ่งมาตาคู่บุญญาบารมีบรมจักรีองค์ภูมิพล” พร้อมรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์จากเสียงขลุ่ยของอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และคุณขวัญข้าว ธิดารินทร์ และร่วมจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และขอย้ำว่าตลอดทั้ง 4 วัน ชม ช้อป ผลผลิต สินค้าแปรรูปจากเกษตรกรเครือข่ายฯ กว่า 200 ร้าน เปิดให้เข้าชม 6 พิพิธภัณฑ์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ป่าดงไพร พิพิธภัณฑ์ดินดล พิพิธภัณฑ์สนองพระราชปณิธาน นิทรรศการขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน และพิพิธภัณฑ์กษัตริย์เกษตร นิทรรศการ Immersive of Mado Pavilion พร้อมกิจกรรมหลากหลายภายในงาน อาทิ ทำภาพพิมพ์ wood cut กิจกรรม Eco Bag สีสันจากธรรมชาติ เพาะแจกแลกเปลี่ยน เป็นนต้น มาทุกวันได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-529-2212, 087-359-7171, 094-649-2333 หรือทาง Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ Website www.wisdomking.or.th




