ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้จัดโดย 5 องค์กรขับเคลื่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นและสรุปปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานของสหกรณ์ ภายใต้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่นายทะเบียนสหกรณ์ และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ภายใต้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่นายทะเบียนกลาง โดยพบว่ามีปัญหาที่เกิดจากกฎกระทรวง ระเบียบ คำแนะนำนายทะเบียน และกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการดำเนินงานจริง จึงต้องเร่งแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องที่มีต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ทั้งระบบ รวมถึงวิกฤตหนี้สินของสมาชิก และปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู เพื่อนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายแบบบูรณาการ เสนอต่อ 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้หลักการ WIN : WIN ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน
ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศ 6,300 สหกรณ์ มีสมาชิกรวมกว่า 11.86 ล้านคน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายที่กระทบต่อการดำเนินงาน จึงจำเป็นต้องร่วมกันทบทวนกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันเหล่านี้และสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง พร้อมย้ำว่าจะเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขทั้งกฎหมายหลักและกฎหมายรอง อาทิ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศต่าง ๆ โดยใช้เวทีสัมมนาครั้งนี้เป็นพื้นที่ระดมข้อคิดเห็นและข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายทั้งในส่วนของกฎหมายหลักและกฎหมายรองให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
“เราต้องเร่งรัดการแก้ไขปัญหาหนี้ครูและระบบสวัสดิการอย่างเร่งด่วน เรื่องใดที่สามารถทำได้ ต้องทำทันที เพราะความเดือดร้อนสุดท้ายตกอยู่กับพี่น้องครู และกลายเป็นความขัดแย้งในสหกรณ์แต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ หรือกลุ่มอื่น ๆ จึงขอฝากไปยังสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความสามัคคี เราต้องก้าวไปสู่ความยั่งยืนตามหลัก ‘WIN : WIN’ คือ ภาครัฐ สหกรณ์ และสมาชิกชนะไปด้วยกัน นี่คือหัวใจสำคัญของการจัดงานและความร่วมมือในวันนี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ภายในการสัมมนามีการนำเสนอประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางของทั้ง 5 องค์กรขับเคลื่อน นำโดยนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธาน สสท. ได้ร่วมกันนำเสนอประเด็นปัญหาสำคัญ โดยเน้นไปที่ปัญหาทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การจำกัดเขตพื้นที่ดำเนินงาน ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน, การบังคับให้ผู้จัดการพ้นจากตำแหน่ง, ข้อจำกัดด้านการเงินและการลงทุน ของสหกรณ์ออมทรัพย์, รวมถึงปัญหาเร่งด่วนอย่าง วิกฤตหนี้สินครู ที่เกิดจากระเบียบการหักเงินเดือน 30% และปัญหาหนี้บำเหน็จค้ำประกัน ดร.มะณู บุญศรีมณีชัย ประธาน ชสอ. และ นายธิบดี ศรีสมบัติ ประธาน ชสค. เสนอให้เร่งแก้ไขกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ ขนาดสหกรณ์, สัดส่วนการลงทุน, และการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ของสมาชิกในการเลือกใช้บริการสหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ นายอุทัย ศรีเทพ ประธาน ชสอค. ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นศูนย์กลางในการจัดหา วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อแก้ไขหนี้ครูอย่างยั่งยืน และ นายสมพล ตันติสันติสม ประธาน สฌท. เรียกร้องให้ปรับปรุงประกาศฯ ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าจัดการศพและการบริหารจัดการเงินกองทุนสงเคราะห์




