เมื่อวันที่ 5 ก.พ.69 นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ ที่ปรึกษาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมด้วยนางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผู้อำนวยการกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร คณะเจ้าหน้าที่จาก มกอช. และกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อหารือร่วมกับนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการเพิ่มด่านตรวจพืชแม่สายเป็นจุดนำเข้า–ส่งออกผลไม้ระหว่างไทยและจีน ตามข้อเสนอของฝ่ายจีน
การหารือดังกล่าวเป็นการเตรียมการเสนอเพิ่มจุดนำเข้าส่งออกภายใต้พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สาม โดยด่านตรวจพืชแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดนำเข้าส่งออกผลไม้ที่สำคัญ เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อไปยังด่านต่าลั่วของจีน ผ่านเส้นทาง R3B (แม่สาย–ท่าขี้เหล็ก–เชียงตุง–เชียงรุ้ง–ต่าลั่ว) ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการขนส่งผลไม้ระหว่างไทยและจีน อีกทั้งยังเป็นการเปิดเส้นทางการค้าผลไม้ผ่านเมียนมาเป็นครั้งแรก และช่วยลดความแออัดของเส้นทาง R3A
จังหวัดเชียงรายโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด เล็งเห็นความสำคัญและสนับสนุนการเพิ่มด่านตรวจพืชแม่สายเป็นจุดนำเข้าส่งออกผลไม้ พร้อมสนับสนุนการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกัน โดยคณะได้ลงพื้นที่สำรวจด่านศุลกากรแม่สาย รวมทั้งหารือกับด่านตรวจพืชและด่านอาหารและยาที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าส่งออก ทั้งนี้ ปัจจุบันด่านศุลกากรแม่สายยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าสำหรับตู้ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับขีดความสามารถของด่านให้รองรับปริมาณสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
จากข้อมูลการนำเข้าส่งออกประจำปีงบประมาณ 2568 ด่านศุลกากรแม่สายมีภาพรวมการส่งออกมากกว่าการนำเข้าสินค้า แบ่งเป็นการนำเข้าสินค้าเฉลี่ยประมาณ 1,400 ล้านบาท และการส่งออกสินค้าเฉลี่ยราว 13,000 ล้านบาท โดยสินค้าเกษตรนำเข้าสำคัญ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผลส้มสด ใบชา และเมล็ดกาแฟ มูลค่าการนำเข้าราว 1,200 ล้านบาท ขณะที่สินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ ได้แก่ องุ่น แอปเปิล สาลี่ มะเขือเทศ ส้ม ผักสดและผลไม้อื่น ๆ มูลค่าการส่งออกราว 90 ล้านบาท
การเพิ่มด่านตรวจพืชแม่สายในพิธีสารจะเป็นประตูการค้าที่สำคัญในการกระจายสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของจีน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการส่งออกผลไม้ไทย ลดความแออัดของเส้นทางหลัก และอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประเทศในการผลักดันและขยายตลาดจีน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอย่างยั่งยืน


