วันนี้ (23 มีนาคม 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center: SWOC) กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณน้ำรวมประมาณ 52,884 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯ รวมกัน
ขณะที่ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกว่า 17,397 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯ โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน ได้มีการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งไปแล้วกว่า 24,362 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 73 ของแผน
ด้านสถานการณ์คุณภาพน้ำ กรมชลประทานได้ติดตามและเฝ้าระวังค่าความเค็มอย่างใกล้ชิดในแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง โดยปัจจุบันคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้ง 4 สาย ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
นอกจากนี้ กรมชลประทานได้ให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องจักรและเครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักรกลอื่น ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมสะสมจำนวน 440 หน่วย เพื่อสนับสนุนและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ลดความเดือดร้อนของประชาชนและภาคการเกษตร ทั้งในและนอกเขตชลประทาน พร้อมกันนี้ ยังได้ดำเนินการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการส่งน้ำ ให้สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง
ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main
#SWOCRID #กรมชลประทาน
เครดิตข่าว ภาพ: สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา, สำนักงานเลขานุการกรม และ สำนักงานชลประทานที่ 12


