มกอช. ร่วมมือหน่วยงานเกษตรไทย เจาะลึกโมเดลและระบบการติดฉลากลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสินค้าเกษตร ขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการไทย-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนามาตรฐาน ระบบรับรองการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย และการติดฉลากรับรองบนสินค้าเกษตร
นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเชิงเทคนิคระหว่างไทยและญี่ปุ่น เรื่อง GHG Reduction and Labelling Systems for Agricultural Products ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น (MAFF) องค์การวิจัยการเกษตรและอาหารแห่งชาติของญี่ปุ่น (NARO) และผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์การพัฒนาระบบการติดฉลากลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสินค้าเกษตร ของกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดการกำหนดนโยบาย การบันทึกข้อมูล การคำนวณผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การออกแบบและแสดงฉลากที่เข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือ ตลอดจนแนวทางการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นมีการใช้ฉลากลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ ChoiceSTAR บนสินค้าเกษตร จำนวน 24 ชนิด อาทิ ข้าว ผัก-ผลไม้ นม และเนื้อโค ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ดำเนินการรวมมากกว่า 2,000 ราย
หลังการประชุมนี้ ทั้งสองฝ่ายจะมีความร่วมมือต่อเนื่องเพื่อพัฒนาแนวทางการผลิตข้าวและโคคาร์บอนต่ำ เพื่อนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศและเกิดผลในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับนโยบายเกษตรยั่งยืนและ BCG model ของไทยและ MIDORI Strategy ของญี่ปุ่น ซึ่งต่างเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืน มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรที่สอดรับกับทิศทางการค้าในอนาคต
การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยและญี่ปุ่น ที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการพัฒนาภาคเกษตรที่ยั่งยืนที่ตอบสนองต่อทิศทางการค้าโลกในอนาคต




