วันนี้ (23 กรกฏาคม 2569) ณ ห้องเรือนอิ่ม โรงแรมเกสรบุญนาค รีสอร์ท ตำบลแม่ลาด อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร นายนายสกุลเพชร พิกุลประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิง พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมชลประทาน หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใช้น้ำ สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อรับทราบร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ผลการศึกษาด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดจนร่วมแสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนนำเสนอรายงานต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต่อไป
จากนั้นได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ณ พื้นที่หัวงานประตูระบายน้ำวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมติดตามเป็นจำนวนมาก
นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กกรมชลประทาน กล่าวว่า แม่น้ำปิงถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงภาคเหนือตอนบนและส่งต่อน้ำไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่ตลอดสองฝั่งแม่น้ำปิงต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้งอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันในช่วงฤดูน้ำหลากก็มักเกิดปัญหาอุทกภัยสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้าง
กรมชลประทานจึงได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาอาคารบังคับน้ำที่มีประสิทธิภาพโดยว่าจ้าง บริษัทธารา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท ซิกม่า ไฮโดร คอนซัลแตนท์ จำกัดและบริษัท ธรรมชาติ คอนซัลแตนท์ จำกัด ร่วมกันดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิง เพื่อจัดระเบียบและควบคุมการไหลของน้ำให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการในแต่ละฤดูกาล การจัดประชุมปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้คือ การนำเสนอร่างผลการศึกษาในทุกมิติ ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ-สังคมและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงมาตรการลดผลกระทบ (Mitigation Measures) และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (Monitoring Measures) ที่ระบุไว้ในรายงาน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการพัฒนาโครงการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์สูงสุดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชนน้อยที่สุด
สำหรับ วัตถุประสงค์ของโครงการ ประกอบด้วย 3 ด้านคือ 1.เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค การเกษตร การปศุสัตว์ แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และอื่น ๆ 2.เพื่อทดน้ำและกักเก็บน้ำในแม่น้ำปิง สำหรับดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงฤดูแล้ง และควบคุมปริมาณน้ำในลำน้ำปิงให้มีระดับน้ำขึ้นลงโดยไม่กระทบและทำความเสียหายต่อความมั่นคงของลาดตลิ่งแม่น้ำปิง และผลประโยชน์ทางอ้อม เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของราษฎร และส่งเสริมการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำปิง ทั้งหมดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในเขตพื้นที่โครงการให้ดีขึ้น
“ที่ผ่านมามาพื้นที่จังหวัดตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำภาคเกษตรและอุปโภคบริโภคอย่างหนัก เนื่องจากในปัจจุบันการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เป็นไปได้ยาก โดยการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลจะมุ่งเน้นไปที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาซึ่งมีพื้นที่จำนวนมากเป็นหลัก ทำให้ปริมาณน้ำที่ปล่อยมาไม่สอดคล้องกับจังหวะเวลาการใช้น้ำของพื้นที่ท้ายเขื่อนในเขตจังหวัดตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ทำให้ที่ผ่านมาในพื้นที่ดังกล่าวใช้ระบบการสูบน้ำขึ้นมาใช้เป็นหลัก โดยกระบวนการศึกษามีแผนเริ่มดำเนินงานระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึง เดือนสิงหาคม 2569” นายพรมงคล กล่าวย้ำ
ด้าน ดร.ไชยทัศน์ อิ่มสำราญรัชต์ ผู้จัดการโครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเขื่อนภูมิพลจะระบายน้ำตามแผนบริหารจัดการน้ำของคณะกรรมการกำหนดนโยบายระดับประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก การระบายน้ำในแต่ละช่วงเวลาจึงไม่สัมพันธ์กับความต้องการน้ำภาคเกษตร อุปโภค-บริโภคของจังหวัดตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ซึ่งใช้น้ำโดยระบบสูบน้ำ (Pumping) และเป็นระบบที่จะนำน้ำในแม่น้ำปิงขึ้นไปใช้ ทั้งนี้บริเวณตั้งแต่ท้ายเขื่อนภูมิพลไปจนถึงจุดบรรจบแม่น้ำปิงที่จังหวัดนครสวรรค์ มีการพัฒนาโครงการโดยกรมชลประทานไปบางส่วนแล้วและการดำเนินงานโครงการนี้เพื่อให้การดำเนินการโครงการได้เต็มศักยภาพแบบบูรณาการในภาพรวมตลอดลำน้ำ
โดยขอบเขตพื้นที่ศึกษาประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ พื้นที่ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิง ที่อาจได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำและพื้นที่รับประโยชน์จากการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการ ทั้งในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงและลุ่มน้ำข้างเคียง รวม 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 9,472.44 ตารางกิโลเมตร
“ขั้นตอนหลังจากนี้ กรมชลประทานและบริษัทที่ปรึกษาจะรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อวิตกกังวลทั้งหมดจากเวทีปัจฉิมนิเทศนี้ ไปทำการปรับปรุงร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ให้มีความรอบคอบและครอบคลุมที่สุด ก่อนที่จะส่งมอบรายงาน EIA ให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำปิงให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.ไชยทัศน์ กล่าวย้ำ
#กรมชลประทาน #แม่น้ำปิง







