นายพลพีร์ สุวรรณฉวี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับ OTOP ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพราะเป็นกลไกที่ทำให้รายได้กระจายลงสู่ประชาชนในระดับตำบลและหมู่บ้านโดยตรง วันนี้ OTOP ไม่ใช่เพียงโครงการส่งเสริมอาชีพหรือเพิ่มรายได้อีกต่อไป แต่มุ่งสร้าง “ผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่” จากทุกตำบล ทุกอำเภอ และทุกจังหวัด ให้สามารถแข่งขันได้ในโลกการค้ายุคใหม่ โดยกระทรวงมหาดไทยได้ยกระดับการให้บริการสู่ “OTOP One Stop Service” ศูนย์บริการผู้ประกอบการชุมชนแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการรับรองมาตรฐานผ่านระบบ Fast Track การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ และการขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมยกระดับ OTOP ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การผลิต การตลาด การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี และการบริหารการเงิน ควบคู่กับการปรับภาพลักษณ์สินค้า เพื่อให้คำว่า “Made in Thailand” กลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณค่า คุณภาพ และความภาคภูมิใจของคนไทย
ด้านนายสยาม ศิริมงคล กล่าวถึงการจัดงานว่า มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง โดยหัวใจสำคัญของงานยังอยู่ที่การนำเสนอความงดงามของ ผ้าไทย ในมิติที่หลากหลาย นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รวบรวมผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้ง 5 ประเภท OTOP ชวนชิม รวมถึงการจัดพื้นที่ Studio Live Streaming เพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์ โดยมีโปรโมชั่นทั้งคูปองส่วนลด ยิ่งช้อปยิ่งคุ้ม และโปรแกรมจัดส่งฟรีด้วย
สำหรับไฮไลท์ในปีนี้ ได้ออกแบบ 4 โซนใหม่ ประกอบด้วย 1.OTOP MuTelu เป็นพื้นที่ที่สะท้อนอีกมิติหนึ่งของภูมิปัญญาไทย โดยรวมความเชื่อ ความศรัทธา และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราง วัตถุมงคล งานศิลป์สายมู หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อในแต่ละภูมิภาค ซึ่งวันนี้ได้รับการพัฒนาให้มีทั้งความงดงาม คุณภาพ และดีไซน์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ 2.OTOP Craft & Design พื้นที่ต่อยอดงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาผสมผสานกับแนวคิดด้านดีไซน์ นวัตกรรม และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ทำให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ไม่ได้เป็นเพียงของใช้หรือของฝาก แต่เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน 3.OTOP Luxury ยกระดับเครื่องประดับและอัญมณีจากฝีมือช่างศิลป์ท้องถิ่นทั่วไทย มาจัดแสดงในรูปแบบพรีเมียม (OTOP Premium) เพื่อเปิดโอกาสในการจับคู่ธุรกิจและเจรจาการค้าระดับ B2B และ 4.OTOP Spirits Tasting คัดสรรเครื่องดื่มพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศมาให้ได้สัมผัส เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสการแข่งขันทางการตลาดใหม่ ๆ
ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนคาดหวังว่า การจัดงานครั้งนี้จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท ช่วยส่งต่อรายได้ไปยังครอบครัว ผู้ผลิตวัตถุดิบ ช่างฝีมือ และเครือข่ายในชุมชนทั่วประเทศ
ด้านพิมประภา ตั้งประภาพร พรีเซนเตอร์ประจำปี 2569 ซึ่งปรากฏตัวในชุดผ้าไทยร่วมสมัย กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน และได้ช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยไปสู่คนรุ่นใหม่พร้อมมองว่าผ้าไทยและสินค้า OTOP ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาทั้งด้านการออกแบบ สีสัน รูปแบบ และการใช้งาน จนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
กระทรวงมหาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมน้อมรำลึก ชื่นชมคุณค่าผ้าไทย ชม ชิม ช้อป และใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย พลัสอย่างคุ้มค่า ภายในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มาร่วมกันเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตตัวจริง เพราะทุกผืนผ้าที่เลือกสวมใส่ และทุกผลิตภัณฑ์ OTOP ที่เลือกซื้อ ไม่ได้เพียงมอบความสุขให้แก่ผู้รับ แต่ยังเป็นการร่วมรักษาภูมิปัญญา สืบสานคุณค่าของแผ่นดิน และส่งต่อรายได้กลับไปยังชุมชนไทยทั่วประเทศ
#ศิลปาชีพประทีปไทย #OTOP #กรมการพัฒนาชุมชน #กระทรวงมหาดไทย #พิมพิมประภา #ไทยช่วยไทย









