วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมหนองโคตร สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านเป็ด นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนแผนงานโครงการแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น โดยมี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านเป็ดและตัวแทนจากเทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
หลังการประชุม นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3ได้ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บึงหนองโคตร และได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงการประชุมหารือ การขับเคลื่อนแผนงานแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น ว่า ปัญหาฝนตกและน้ำรอการระบายภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จำเป็นต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่มีเขตติดต่อกัน การบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจึงต้องดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ส่วนหนึ่ง โดยจะรับผิดชอบระบบคลองระบายน้ำสายหลักขนาดใหญ่ ขณะที่เทศบาลต่าง ๆ จะทำหน้าที่เสมือนระบบระบายน้ำย่อย เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันว่าจะจัดทำ “แผนบูรณาการแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดขอนแก่น” โดยรวบรวมข้อมูลและแผนงานของแต่ละเทศบาลมาประกอบเป็นแผนเดียวกัน ก่อนเสนอให้คณะกรรมการลุ่มน้ำพิจารณาเห็นชอบ เพื่อดำเนินการของบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จและครอบคลุมทุกมิติ
ส่วนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนั้นนายธรรมพงษ์ กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองมีแผนก่อสร้างระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ เชื่อมโยงพื้นที่รับน้ำและคลองสายต่าง ๆ โดยมีบึงหนองโคตรเป็นพื้นที่รับน้ำก่อนส่งต่อไปยังบึงทุ่งสร้าง จากนั้นระบายผ่านห้วยพระคือและไหลลงสู่แม่น้ำชี แต่ระหว่างเส้นทางยังมีข้อจำกัดด้านความรวดเร็วในการระบายน้ำ ส่งผลให้บางพื้นที่ซึ่งไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาเป็นเวลานาน เริ่มกลับมาพบปัญหาอีกครั้ง
“แม้มาตรการระยะสั้นจะเริ่มเห็นผล แต่ยังจำเป็นต้องวางแนวทางแก้ไขในระยะยาว การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการรวบรวมและเตรียมข้อมูล ก่อนนำไปสู่การจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตามลำดับต่อไป”
ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 กล่าวอีกว่า ในปีนี้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการลุ่มน้ำชีขนาดใหญ่ โดยจังหวัดขอนแก่นจะนำแผนงานย่อยเข้าไปประกอบกับแผนหลัก ซึ่งครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ น้ำประปา น้ำเพื่อการผลิต การแก้ไขปัญหาอุทกภัย คุณภาพน้ำ และการบริหารจัดการ ส่วนแผนงานย่อยจะเป็นรายละเอียดการเตรียมการในแต่ละพื้นที่
ในกรณีที่จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุแต่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก จะมีการแก้ไขอย่างไรนั้นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 กล่าวว่า ปัญหาเรื่องน้ำมีความเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วมที่ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าต้องซื้อสินค้าและลงทุนใหม่ ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้น ดังนั้น สทนช.จะพยายามบริหารจัดการปัญหาให้ดีที่สุดและเกิดความยั่งยืน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สำหรับสถานการณ์ฝนในช่วงนี้ จังหวัดขอนแก่นมีเขื่อนอุบลรัตน์เป็นแหล่งน้ำหลัก ซึ่งสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ และคาดว่าปริมาณน้ำในปีนี้จะเพียงพอสำหรับฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสภาพภูมิอากาศในปีนี้มีความแปรปรวนสูง ทำให้ฝนตกไม่กระจายตัว โดยบางพื้นที่มีฝนตกปริมาณมาก ขณะที่บางพื้นที่มีฝนน้อย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำหลักวิชาการมาใช้ในการบริหารจัดการและกักเก็บน้ำ ขณะที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวและได้ตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาภัยแล้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้น เพื่อเป็นกลไกส่วนหนึ่งในการเตรียมรับสถานการณ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว



