นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำและการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยได้เดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยก้านเหลือง และอ่างเก็บน้ำห้วยศรีคุณ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามแผนและตรวจเยี่ยมการพัฒนาพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เพื่อมุ่งหวังอำนวยความสะดวกในการสัญจรและขนส่งผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ประชาชน
สำหรับโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในเขตเศรษฐกิจนครพนม (ห้วยฮ่องฮอ) ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบตามหลักวิศวกรรมอย่างละเอียด รวมถึงเตรียมบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ควบคู่การยกระดับลำห้วยฮ่องฮอสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติ เพื่อขยายโอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตลอดแนวลำน้ำ 17 กิโลเมตร
นายสุริยะ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ โดยสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครพนม เพื่อเป็นการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพให้กับเกษตรกร อีกทั้ง ยังมีแนวทางผลักดันการเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น พร้อมเตรียมทบทวนการจัดโครงการ “ดอกไม้บานริมฝั่งโขงนครพนม” เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจเนื่องจากจังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ติดแม่น้ำโขง และมีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มจากสินค้าเกษตรสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับศักยภาพพื้นที่ชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และการประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี” นายสุริยะ กล่าว
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และมีรายได้หลักมาจากภาคการเกษตรและป่าไม้ แต่ปัจจุบันพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานยังมีเพียงประมาณ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บและกระจายน้ำ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและรองรับการขยายตัวของภาคการเกษตรในอนาคต



