พิพิธภัณฑ์เกษตรฯเปิดงาน “มหกรรมในความทรงจำ” อย่างยิ่งใหญ่ พลิกฟื้นศาสตร์พระราชาด้านดิน น้ำ และป่าไม้ จากเรื่องราวในอดีตสู่แนวคิดสร้างอาชีพที่ทำได้จริง เปลี่ยน "1 ทศวรรษในความทรงจำ" ให้เป็นพลังขับเคลื่อนการพึ่งพาตนเองและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าในยุคปัจจุบัน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้พระราชทานและสืบสานพระราชปณิธานให้เติบโตรงดงาม มุ่งสร้างประโยชน์แก่วิถีชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน งานจัดขึ้นระหว่าง 10–13 ตุลาคม 69 นี้
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายสำราญ สาราบรรณ์ ประธานกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมในความทรงจำ”เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ และถ่ายทอดพระราชกรณียกิจด้านการเกษตร การจัดการดินและน้ำ การอนุรักษ์ผืนป่า ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ และองค์ความรู้ที่พระราชทานแก่ประชาชนตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมา
นายสำราญ สาราบรรณ์ ประธานกรรมการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า การจัดงาน“มหกรรมในความทรงจำ” ในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สายธาร ผืนป่า สองพระเมตตาสถิตกลางใจ” โดยนำเสนอเรื่องราวพระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริผ่านนิทรรศการ กิจกรรมการเรียนรู้ และองค์ความรู้ด้านการเกษตร เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสแนวทางการดำเนินชีวิตที่พระราชทานไว้ และเห็นถึงคุณค่าที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว ชุมชน และรักษาความสมดุลของผืนแผ่นดินให้คงอยู่ต่อไป โดยงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00–17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี
ด้านพันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมในความทรงจำในปีนี้ เน้นถ่ายทอดเรื่องราวจากความทรงจำให้กลายเป็นการเรียนรู้ ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทำความเข้าใจพระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริในมิติต่าง ๆ พร้อมเห็นถึงคุณค่าขององค์ความรู้ที่ยังสามารถนำมาปรับใช้และต่อยอดได้ในชีวิตจริง โดยตลอดทั้ง 4 วัน ภายในงานได้จัดเตรียมทั้งนิทรรศการ กิจกรรมสร้างสรรค์ และพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้มีส่วนร่วม”
เริ่มจาก นิทรรศการพิเศษ ‘คู่พระบารมี สถิตที่กลางใจ’ พาย้อนชมเรื่องราวของทั้งสองพระองค์ตั้งแต่พระราชประวัติ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ไปจนถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเคียงคู่กัน ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรและพระราชภารกิจที่สะท้อนถึงพระเมตตาและความห่วงใยที่ทรงมีต่อประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ จากเรื่องราวของสองพระองค์ เชื่อมต่อมาสู่ ‘พลิกผืนป่าสร้างอาชีพ’ นิทรรศการที่ชวนมองผืนป่าในมุมใหม่ จากพื้นที่ธรรมชาติสู่แหล่งสร้างอาหาร สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ พร้อมพบผู้ประกอบการด้าน กาแฟ ชา และโกโก้กว่า 30 ร้าน ที่นำผลผลิตมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้พูดคุยกับผู้ผลิตและเรียนรู้ตั้งแต่ต้นทางของวัตถุดิบไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะเดียวกัน นิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “สายธาร ผืนป่า พลิกชีวา ฟื้นชีวิตที่ยั่งยืน” พาไปทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง “น้ำ” กับ “ป่า” ผ่านแนวคิดจากพระราชดำรัส “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า” ถ่ายทอดตัวอย่างการนำแนวพระราชดำริมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ทั้งของกินจากป่า ผ้าทอ ผ้าย้อมคราม ผ้ามัดย้อม และเรื่องราว ‘จากหยดน้ำ สู่ชีวิต’ ที่สะท้อนการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตให้กับชุมชมนิทรรศการ “สืบสายธาร พระราชปณิธานไม่สิ้นสุด” จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานภาคีความร่วมมือที่ผนึกกำลังมาร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน
ส่วนสายเรียนรู้จัดเต็มกับ “วิชาของแผ่นดินและ Workshop 16 วิชา” เปิดให้เรียนรู้ฟรี ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวอย่าง “เกษตรทำเป็น ขายเป็น เห็นกำไร” และ “รู้จักดิน ปลุกดินให้มีชีวิต” ไปจนถึงการต่อยอดผลผลิตให้กลายเป็นเมนูและผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่า อาทิ Farm to Table, เกษตรนอกตำรา, การขยายพันธุ์วานิลลา, พืชผลไทยสู่เมนูมัทฉะ, โยเกิร์ตโฮมเมด และน้ำนัวซอสผักผลไม้ เรียนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ได้ทั้งความรู้ เทคนิค และไอเดียที่สามารถนำกลับไปทดลองทำต่อได้จริงที่บ้านหรือพัฒนาเป็นอาชีพ
นอกจากนี้เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี ถึง 5 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ดินดล พิพิธภัณฑ์เกษตรคือชีวิต และพิพิธภัณฑ์วิถีเกษตรไทย เดินช้อปที่ตลาดเศรษฐกิจพอเพียงกว่า 200 ร้านค้า พบสินค้าจากเกษตรกรและเครือข่ายโดยตรง ได้ทั้งเลือกซื้อ พูดคุยกับผู้ผลิต และเห็นเส้นทางจากผลผลิตในแปลงเกษตรสู่สินค้าที่สร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชน พร้อมกิจกรรมการมีส่วนร่วมที่จัดเตรียมไว้สำหรับผู้เข้าชม ตลอดทั้ง 4 วัน เช่น กิจกรรม Wood Cut กิจกรรมหล่อเหรียญที่ระลึกพระบรมรูป โดยกลุ่มศิลปิน “ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา” เป็นต้น
กิจกรรมพิเศษในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ร่วมตักบาตรอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 39 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ทั้งสองพระองค์ และในเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ร่วมรับฟังบทเพลงแห่งความทรงจำและกิจกรรมน้อมรำลึก
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, 094-649-2333 คลิกดูรายละเอียดได้ที่หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube : พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
#ในหลวงรัชกาลที่9 #พระพันปีหลวง #พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ #พกฉ #มหกรรมในความทรงจำ








