วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 69 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน วันสหกรณ์แห่งชาติประจำปี 2569 และกล่าวสดุดีพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ,โดยมีนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯ สสท. กล่าวรายงาน ทั้งนี้ แขกผู้มีเกียรติ ประกอบด้วย หม่อมราชวงศ์ดัจฉราพิมล รัชนีและ สมาชิกราชสกุล รัชนี , ดร.ธนสาร ธรรมสอน เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์, นางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ , นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และนายบารู ไอเออร์ ผู้อำนวยการภูมิภาค องค์การสหกรณ์สากลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, รวมถึงผู้แทนจาก กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศ คณะกรรมการฯ ผู้ตรวจสอบกิจการ ที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์ฯ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางพุ่มสักการะ ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ
นายนเรศ กล่าวว่า ปัจจุบันความแข็งแกร่งของระบบสหกรณ์ไทยมีความโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยล่าสุดมีองค์กรระหว่างประเทศและผู้แทนจากหลายประเทศ ได้เดินทางเข้ามาศึกษาดูงานระบบสหกรณ์ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหกรณ์ไทยก้าวขึ้นเป็นต้นแบบที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เรามุ่งเน้นการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ให้มีความมั่นคง ในด้านการพัฒนาโครงสร้างการบริหารงาน ขณะนี้กระทรวงฯ ได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อเตรียมปรับปรุงระเบียบและข้อบังคับบางประการให้มีความทันสมัยและเอื้อต่อการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนมิตินี้จะช่วยให้ภาครัฐและสหกรณ์สามารถขับเคลื่อนงานไปพร้อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานว่า ในวาระที่ขบวนการสหกรณ์ไทยย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 110 และเป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ ว่า สันนิบาตสหกรณ์ฯ ได้วางแผนปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่เพื่อดูแลสมาชิกกว่า 11.2 ล้านครัวเรือน (ครอบคลุมประชากรกว่า 33 ล้านคน) โดยชูนโยบาย "แจกเบ็ดไม่แจกปลา" ซึ่งเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรมและการประกอบอาชีพ แทนการรอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวเป้าหมายเร่งด่วนและท้าทายที่สุดของเราคือ การบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลง ภายในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อช่วยเหลือสมาชิกให้มีต้นทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10-20 ต่อเดือนได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา ขบวนการสหกรณ์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเข้มแข็งในการดูแลสมาชิกด้วยกันเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสหกรณ์ ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในทุกภูมิภาค
สันนิบาตสหกรณ์ฯ จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ เป็นประจำทุกปีในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และในปีนี้ นอกเหนือจากการวางพุ่มสักการะพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยังจัดให้มีการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ แนวนโยบายการพัฒนาสหกรณ์ทุกประเภท และแนวทางการแก้กฎหมายสหกรณ์ โดยนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯสสท. และนายสมชาย รัตนอารี อดีต ผู้จัดการ สส.ชสอ. รวมถึงภายในงานมีการจัดนิทรรศการและการจัดจำหน่ายสินค้าสหกรณ์อีกด้วย



