นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะ “มะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี” ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์สำคัญของประเทศที่มีจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ ความหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น รวมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2560 และเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก
ปัจจุบันจังหวัดราชบุรีมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 114,099 ไร่ โดยในปี 2568 มีผลผลิตรวมกว่า 212 ล้านลูก คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,010 ล้านบาท จำหน่ายภายในประเทศประมาณร้อยละ 20 และส่งออกมากกว่าร้อยละ 80 โดยตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง ตามลำดับ สะท้อนศักยภาพของมะพร้าวน้ำหอมไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างต่อเนื่อง
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ภายใต้การนำของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มรายได้เกษตรกร พัฒนาศักยภาพเกษตรกร ใช้ตลาดนำการผลิต และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้ได้มาตรฐานและตอบโจทย์ตลาดโลก
ทั้งนี้ การรักษาคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และรักษาชื่อเสียงสินค้าเกษตรไทยในตลาดต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดราชบุรี บูรณาการการทำงานเพื่อยกระดับการผลิตมะพร้าวน้ำหอมทั้งระบบ
โดย มกอช. ได้เร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (GAP) ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม พร้อมผลักดันเกษตรกรในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอวัดเพลง อำเภอเมืองราชบุรี อำเภอปากท่อ อำเภอบางแพ อำเภอบ้านโป่ง อำเภอจอมบึง และอำเภอโพธาราม เข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน GAP อย่างต่อเนื่อง






